Mercedes-Benz E-Class

posted on 13 Dec 2008 18:58 by unassuming-vai

หลุดออกมาเขย่าตลาดอีกแล้ว และคราวนี้ถึงคิวของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่จะทำภาพ

คันจริงที่เรียกว่า Official Picture สำหรับแจกจ่ายให้สื่อมวลชนเอาไปทำข่าว

หลุดออกมาเพื่อกลายเป็นหัวข้อสนทนาตามหน้าอินเตอร์เนต โดยที่เหยื่อในคราวนี้

เป็นรถยนต์ขนาดหรูระดับกลางอย่างอี-คลาสรุ่นใหม่
       
       ถือว่ารอกันนานเอาเรื่องเหมือนกัน เพราะตอนแรกที่คาดว่าอี-คลาสใหม่ ซึ่ง

ใช้รหัสตัวถัง W212 จะเปิดตัวออกมาในปลายปีนี้ กลับกลายเป็นว่าเมื่อถึงเวลากระแสกลับ

เงียบเชียบ จนกระทั่งมามีภาพหลุดออกมาให้รับทราบว่าคันจริงเสร็จสิ้นการพัฒนาแล้ว

เหลือเพียงช่วงเวลาของการเปิดตัวเท่านั้นเอง

   อี-คลาสถือเป็นรถยนต์ระดับหรูขนาดกลางของค่ายดาว 3 แฉกที่ทำตลาดมานาน

นับจากรหัส W120 ในปี 1953 แต่การนำอักษร E มาใช้ประกอบกับชื่อรุ่นเพิ่งจะมา

ปรากฏชัดในปี 1984 กับรหัสตัวถัง W124 ซึ่งมาแทนที่ W123 อันเลื่องชื่อ (ซึ่งใน

บางรุ่นย่อยของ W123 จะมีตัว E เข้ามาประกอบด้วย เช่น 230E แต่ส่วนใหญ่จะต่อท้าย

ด้วยตัวอักษรอื่นๆ เช่น CE หรือ D) เพียงแต่รูปแบบการเรียงจะเป็นในลักษณะตัวเลข 3

หลักแล้วต่อท้ายด้วย E เช่น 500E ก่อนที่ในช่วงปลายอายุตลาด (ในปี 1993 ของตลาดยุโรป)

จะเปลี่ยนมาจัดเรียงใหม่เหมือนอย่างปัจจุบัน คือ นำหน้าด้วยตัว E แล้วตามด้วยเลข 3 หลัก
       
       การถือกำเนิดของอี-คลาสที่มี E นำหน้าอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นพร้อมกับการ

ปฏิวัติรูโฉมด้วยรุ่น New-Eye ซึ่งใช้รหัส W210 และถือว่าทำให้สายพันธุ์อี-คลาสได้รับ

ความนิยมอย่างมากทั่วโลกด้วยรูปลักษณ์ที่หรูและภูมิฐาน และตามด้วยเจนเนอเรชัน

ต่อมาในรหัส W211 ซึ่งเปิดตัวปี 2003

 สำหรับรุ่นใหม่ถือเป็นเจนเนอเรชันที่ 3 ถ้านับจาก New-Eye หรือ 4 เมื่อนับจาก

W124 โดยรูปลักษณ์ได้รับการออกแบบและอิงพื้นฐานมาจากต้นแบบที่ชื่อ Concept

Fascination ที่เปิดตัวในปารีส มอเตอร์โชว์ 2008 และยังคงสไตล์รูปลักษณ์ของไฟหน้า

แบบดวงคู่ฝั่งละ 2 ดวงเพียงแต่เปลี่ยนจากดวงกลมหรือรีมาเป็นแบบสี่เหลี่ยมไม่เท่ากัน

ที่เรียกว่า Rhomboid Headlamps
       
       
รายละเอียดทางเทคนิคยังไม่มีการเปิดเผย แต่ข้อมูลในเว็บไซต์บางแห่งระบุว่า

อี-คลาสจะมีหลากหลายทางเลือกของเครื่องยนต์ ตั้งแต่บล็อกเล็กอย่าง 4 สูบ 1,800 ซีซี

ซูเปอร์ชาร์จ ไล่ไปจนถึงเครื่องยนต์ตัวแรงในแบบวี8 ซึ่งจะตามออกมาขายในตอนหลัง

โดยที่ไฮไลต์อยู่ที่เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลบล็อกใหม่ที่มีความจุ 2,200 ซีซี 204 แรงม้า

แบบ 4 สูบที่ประเดิมตลาดไปแล้วกับซี-คลาส C250CDI แบบ BlueEFFICIENCY
       
       สำหรับรหัส AMG เป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์เบนซินวี8 6,200 ซีซีที่มีการรีดกำลัง

ออกมาได้ 550 แรงม้า และอาจจะมีทางเลือกใหม่แห่งความประหยัดด้วยเครื่องยนต์

ไฮบริดทั้งแบบเบนซินหรือดีเซลจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า
       
       รายละเอียดทางเทคนิคของตัวรถคงต้องรอจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ของค่ายดาว 3 แฉกกันก่อน ซึ่งถ้าเสร็จเป็นคันจริงถึงขนาดนี้แล้ว อาจจะได้เห็นกัน

ในดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2009 ต้นเดือนมกราคมนี้หรือในงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์

มีนาคม 2009


Nissan Cube

posted on 05 Dec 2008 18:58 by unassuming-vai

 เจนเนอเรชันที่ 3 ของกล่องติดล้อจากค่ายนิสสันที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง

เพราะจะไม่ได้เป็นโมเดลที่เกิดขึ้นเพื่อขายเฉพาะในญี่ปุ่นเหมือนกับ 2 รุ่นที่ผ่านมา

แต่นิสสันนำคิวบ์ใหม่ออกมาเปิดตลาดต่างแดนอย่างเป็นทางการ และสหรัฐอเมริกา

จะเป็นแห่งแรกที่นิสสันส่งคิวบ์ใหม่ที่เป็น U.S. Spec ออกมาขายในปีหน้า

คิวบ์เป็นรถยนต์ในกลุ่ม B-Segment หรือซับคอมแพ็กต์ของนิสสันที่ได้รับการพัฒนาออก

สู่ตลาดในปี 1998 และมาโด่งดังอย่างมากในรุ่นที่ 2 ซึ่งเปิดตัวในปี 2002 เพราะมีรูปทรง

ที่สวยและเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์กล่องติดล้อ และนั่นเป็นแนวทางที่ทำให้นิสสันยึดถือ

ในการพัฒนาให้กับเจนเนอเรชันที่ 3 ที่นิสสันเปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

และอีก 1 วันให้หลังก็เปิดตัวคันจริงสำหรับขายในเมืองลุงแซมที่รอบสื่อมวลชนของแอลเอ

มอเตอร์โชว์ 2008

เหตุผลที่นิสสันนำคิวบ์ออกมาเปิดตลาดในเมืองลุงแซม นอกจากเรื่องของการเจาะตลาด

กลุ่ม Gen Y หรือลูกค้าวัยรุ่นที่กำลังมาแรงในสหรัฐอเมริกา เพื่อแข่งกับแบรนด์ไซออนของ

โตโยต้าแล้ว อีกประเด็นคือ การจับลูกค้าอีกกลุ่มที่เบนเข็มจากรถยนต์คันใหญ่มามองหา

รถยนต์ที่มีขนาดเล็กลงเพื่อความประหยัดน้ำมัน

   รูปลักษณ์ของคิวบ์ที่เป็นเวอร์ชัน JDM กับที่ขายในสหรัฐอเมริกาต่างกันเพียงเล็กน้อย

ในเรื่องรายละเอียดปลีกย่อย มีความยาวต่างกัน 100 มิลลิเมตร ซึ่งเวอร์ชันอเมริกันยาว

กว่าด้วยตัวเลข 3,980 มิลลิเมตร ที่เหลือใกล้เคียงกัน ทั้งความกว้าง 1,695 มิลลิเมตร

สูง 1,650 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,530 มิลลิเมตร

สิ่งที่ต่างกันออกไประหว่างเวอร์ชัน JDM กับที่ขายในสหรัฐอเมริกา คือ เครื่องยนต์

เพราะสเปกที่ขายในญี่ปุ่นมากับเครื่องยนต์ 1,500 ซีซีในรหัส HR15DE มีกำลังสูงสุด

109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 15.1 กก.-ม. ที่ 4,400 รอบต่อนาที

โดยมีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและ 4 ล้อแบบ e4WD ให้เลือกใช้งาน

แต่สำหรับเวอร์ชันอเมริกันมีขุมพลัง 1,800 ซีซีเป็นทางเลือกซึ่งรีดกำลังออกมาได้ 122 แรงม้า

และแรงบิดสูงสุด 17.5 กก.-ม. เลือกส่งกำลังได้ระหว่างอัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องหรือ

CVT และธรรมดา 6 จังหวะ

 ราคาขายในญี่ปุ่นอยู่ระหว่าง 1,449,000 -1,928,850 เยน หรือ 500,000-650,000 บาท

และเริ่มขายทันที ส่วนตลาดสหรัฐอเมริกาต้องรอช่วงเดือนเมษายนถึงจะเริ่มทำตลาด

เช่นเดียวกับยุโรปที่จะเป็นตลาดอีกแห่งที่นิสสันส่งคิวบ์เข้าไปขาย

 







 

Mazda 3 : ถึงเวลาของรุ่น 5 ประตู

posted on 29 Nov 2008 10:42 by unassuming-vai

ทิ้งระยะจากการเปิดตัวของรุ่นซีดานได้ไม่นาน มาสด้าเผยความเคลื่อนไหวที่ 2

ของรถยนต์คอมแพ็กต์ในตระกูล 3 ใหม่ออกมาแล้ว เมื่อตัวถังที่ 2 คือ แฮทช์แบ็ก 5

ประตูจ่อคิวเตรียมเปิดตัวในเดือนธันวาคมนี้ และคราวนี้เบนเข็มไปใช้มอเตอร์โชว์

ใหญ่อีกรายการในช่วงปลายปีที่ยุโรปเป็นเวทีในการเปิดตัว
       
       มาสด้า 3 ตัวถังแฮทช์แบ็ก 5 ประตูมีคิวเปิดตัวในโบโลญญ่า มอเตอร์โชว์

ประเทศอิตาลี ซึ่งจะมีการจัดงานในรอบสื่อมวลชนวันแรกในวันที่ 3 ธันวาคมนี้

ซึ่งในรุ่น 5 ประตูคงสไตล์การออกแบบที่ได้รับอิทธิพลมาจากมาสด้า 6 ใหม่

พร้อมเส้นสายที่แสดงให้เห็นถึงความสปอร์ตและความปราดเปรียวตาม

แบบฉบับ Zoom Zoom ส่วนเรื่องมิติตัวถังยังไม่มีการเปิดเผยออกมาในตอนนี้

อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่แล้ว ซึ่งรุ่นซีดานและแฮทช์แบ็กจะมีรูปลักษณ์

ด้านหน้าที่ต่างกันออกไป และถือว่าผิดวิสัยรถยนต์สายพันธุ์เดียวกันแต่ต่างตัวถัง

ที่โดยปกติแล้วมักจะแชร์รายละเอียดด้านหน้าร่วมกันแล้ว ในรุ่นใหม่นี้ทั้ง 2 ตัวถังกลับ

มีหน้าตาคล้ายกัน และต่างกันเพียงเล็กน้อยแค่รายละเอียดของกระจังหน้า และช่องดักลม

และช่องสปอตไลท์บนกันชนเท่านั้นเอง ส่วนห้องโดยสารไม่มีเซอร์ไพรส์ เป็นแบบเดียวกับ

ของรุ่นซีดาน

   สำหรับเครื่องยนต์ที่เป็นสเปกของยุโรปจะมีให้เลือกถึง 4 รุ่นแบ่งเป็นเบนซิน

และเทอร์โบดีเซลอย่างละ 2 รุ่น คือ 1,600 และ 2,000 ซีซีสำหรับแบบแรก

และ 1,600 และ 2,200 ซีซีสำหรับแบบหลัง โดยเป็นแบบ 4 สูบเรียงทั้งหมด

และไฮไลต์อยู่ที่เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 2,200 ซีซีที่เป็นบล็อกใหม่และเปิดตัว

ครั้งแรกกับมาสด้า 6 โดยสเปกของมาสด้า 3 จะมีให้เลือก 2 ระดับ คือ 150

และ 185 แรงม้า

ตอนนี้ต้องเฝ้ารอว่ามาสด้า 3 ใหม่จะมีเซอร์ไพรส์ระลอกใหม่ออกมาอีกหรือไม่

เพราะก่อนหน้านี้นิตยสารรถยนต์ของญี่ปุ่นเคยเสนอภาพ Spyshot ที่ระบุถึงแหล่ง

ข้อมูลที่เชื่อถือได้ในมาสด้า ซึ่งบอกว่าในญี่ปุ่น 3 ใหม่จะตัวถังที่ 3 คือ สเตชันแวกอน

ตามออกมาขายด้วยเหมือนกับสมัยของ 323 หรือแฟมิเลีย…ตรงนี้ต้องติดตามดูกันต่อไป